존댓말 vs 반말: เปลี่ยนเมื่อไหร่ และเปลี่ยนอย่างไร

ในภาษาไทย เราแสดงความสุภาพด้วยคำลงท้ายอย่าง ค่ะ/ครับ และการเลือกสรรพนาม ภาษาเกาหลีก็คล้ายกัน แต่เข้มข้นกว่านั้น เพราะความสุภาพฝังอยู่ในไวยากรณ์ของทุกประโยค ทุกครั้งที่พูดต้องเลือกระหว่าง 존댓말 (jondaenmal) – ภาษาสุภาพ – กับ 반말 (banmal) – ภาษากันเอง ถ้าเลือกถูกจะแสดงถึงความเคารพ ถ้าเลือกผิดอาจฟังดูเย็นชาหรือหยาบคาย มาดูวิธีเลือก และวิธีเปลี่ยนเมื่อถึงเวลากัน
ต่างกันอย่างไร?
ความต่างที่ชัดที่สุดอยู่ท้ายประโยค ลองเทียบสามวิธีพูดว่า "จะกิน":
- 먹을 거예요. (Meogeul geoyeyo.) – สุภาพ (존댓말 แบบ -요)
- 먹을 겁니다. (Meogeul geomnida.) – สุภาพแบบทางการ (แบบ -습니다)
- 먹을 거야. (Meogeul geoya.) – กันเอง (반말)
ส่วนใหญ่แล้ว คุณทำให้เป็น 반말 ได้ง่ายๆ ด้วยการตัด 요 ท้ายประโยคออก: 고마워요 → 고마워 (gomawo) – ขอบใจ, 괜찮아요 → 괜찮아 (gwaenchana) – ไม่เป็นไร แต่มีบางคำที่เปลี่ยนไปเลย:
| 존댓말 | 반말 | ความหมาย |
|---|---|---|
| 네 (ne) | 응 (eung) / 어 (eo) | ใช่ |
| 아니요 (aniyo) | 아니 (ani) | ไม่ |
| 저 / 제가 (jeo / jega) | 나 / 내가 (na / naega) | ฉัน |
| 학생이에요 (haksaengieyo) | 학생이야 (haksaengiya) | (ฉัน) เป็นนักเรียน |
| 친구예요 (chinguyeyo) | 친구야 (chinguya) | (นี่) เป็นเพื่อน |
| 안녕하세요 (annyeonghaseyo) | 안녕 (annyeong) | สวัสดี |
สังเกตว่า -이에요/예요 (เป็น/คือ) จะกลายเป็น -이야/야 ใน 반말
ใช้ 존댓말 เมื่อไหร่
ใช้ภาษาสุภาพเป็นค่าเริ่มต้นกับ:
- คนที่เพิ่งรู้จัก ไม่ว่าจะอายุเท่าไร
- ทุกคนที่อายุมากกว่าคุณ เว้นแต่เขาจะบอกเป็นอย่างอื่น
- เพื่อนร่วมงาน ครู และลูกค้า
- พนักงานร้านค้าและร้านอาหาร (และเขาก็จะใช้กับคุณเช่นกัน)
ในสถานการณ์ทางการ เช่น การนำเสนองาน สัมภาษณ์งาน หรือพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก มักใช้รูป -습니다 ที่เป็นทางการยิ่งกว่า: 감사합니다 (gamsahamnida), 반갑습니다 (bangapseumnida) – ยินดีที่ได้รู้จัก
ใช้ 반말 เมื่อไหร่
ภาษากันเองใช้กับคนที่สนิทด้วย:
- เพื่อนวัยเดียวกัน
- น้องและเด็กๆ
- แฟน
- คนที่อายุน้อยกว่าซึ่งตกลงกันแล้ว
คนเกาหลีให้ความสำคัญกับอายุมาก เพราะมีผลต่อการพูด นี่คือเหตุผลที่บางครั้งคนจะถามว่า 몇 년생이에요? (Myeot nyeonsaengieyo?) – "เกิดปีไหนคะ/ครับ?" – หลังจากเพิ่งเจอกันไม่นาน ถ้าปรากฏว่าอายุเท่ากัน หรือ 동갑 (donggap) ก็มักจะเปลี่ยนมาพูด 반말 กันได้เร็ว
เปลี่ยนอย่างไร
ส่วนนี้สำคัญ: อย่าเริ่มพูด 반말 เองเฉยๆ การเปลี่ยนมักจะตกลงกันอย่างเปิดเผย และปกติคนที่อายุมากกว่าหรืออาวุโสกว่าจะเป็นฝ่ายเสนอ วิธีชวนที่ใช้กันบ่อย:
- 말 놓을까요? (Mal noeulkkayo?) – พูดกันเองดีไหม? (แปลตรงตัวว่า "วางคำพูดลงกันไหม?")
- 말 편하게 하세요. (Mal pyeonhage haseyo.) – พูดกับฉันแบบสบายๆ ได้เลยนะ คนที่อายุมากกว่าพูดกับคนที่อายุน้อยกว่า
- 우리 말 놓자. (Uri mal nocha.) – เลิกพูดเป็นทางการกันเถอะ ประโยคนี้เป็นภาษากันเองอยู่แล้ว จึงใช้เมื่อเกือบจะเป็นเพื่อนกันแล้ว
ถ้าคุณอายุน้อยกว่าและอยากถาม:
- 말 편하게 해도 돼요? (Mal pyeonhage haedo dwaeyo?) – พูดกันเองได้ไหมคะ/ครับ?
แม้ว่าเพื่อนที่อายุมากกว่าจะบอกว่า 편하게 해 (pyeonhage hae) – "ตามสบายเลย" – คนเกาหลีที่อายุน้อยกว่าบางคนก็ยังพูดแบบผสม เช่น เรียกอีกฝ่ายว่า 언니 (eonni) หรือ 형 (hyeong) ไปพร้อมกับพูดภาษากันเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
กับดักที่พบบ่อย
หลีกเลี่ยง 너 กับคนที่ไม่สนิท 너 (neo) แปลว่า "เธอ/แก" ใน 반말 แต่โดยทั่วไปภาษาเกาหลีหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า "คุณ" ไปเลย กับคนรู้จัก ให้ใช้ชื่อตามด้วย 씨 (ssi) เช่น 민지 씨 (Minji ssi) หรือใช้คำเรียกตำแหน่ง เช่น 선생님 (seonsaengnim) – ครู
อย่าใช้ 반말 กับพนักงานบริการ การพูดภาษากันเองกับพนักงานเสิร์ฟหรือคนขับแท็กซี่ที่ไม่รู้จัก ฟังดูหยาบคาย ถึงแม้เขาจะอายุน้อยกว่าคุณก็ตาม
ความสุภาพไม่ได้มีแค่ 요 เพื่อแสดงความเคารพเป็นพิเศษกับผู้ใหญ่ คนเกาหลีจะเติม -시- ในกริยา: 가세요 (gaseyo) – (คุณ) ไป (แบบยกย่อง), 드세요 (deuseyo) – เชิญทานค่ะ/ครับ คุณใช้รูปเหล่านี้ได้แม้จะเปลี่ยนมาพูด 반말 กับเพื่อนแล้ว เวลาพูดถึงผู้ใหญ่
การเปลี่ยนกลับอาจทำให้เจ็บ ถ้าเพื่อนกลับมาพูด 존댓말 กับคุณกะทันหัน อาจเป็นสัญญาณของความห่างเหินหรือความโกรธ ในซีรีส์ 알겠어요 (algesseoyo) – "เข้าใจแล้วค่ะ/ครับ" – ที่พูดอย่างเย็นชาจากคนที่ปกติพูดภาษากันเอง คือสัญญาณชัดเจนว่ามีอะไรผิดปกติ
ภาษาเกาหลีที่เอาไปใช้ได้
| ภาษาเกาหลี | คำอ่าน (โรมัน) | ความหมาย |
|---|---|---|
| 말 놓을까요? | mal noeulkkayo? | พูดกันเองดีไหม? |
| 말 편하게 하세요 | mal pyeonhage haseyo | พูดกันเองได้เลยนะ |
| 말 편하게 해도 돼요? | mal pyeonhage haedo dwaeyo? | พูดกันเองได้ไหม? |
| 몇 년생이에요? | myeot nyeonsaengieyo? | เกิดปีไหน? |
| 동갑 | donggap | อายุเท่ากัน |
| 응 / 아니 | eung / ani | ใช่ / ไม่ (กันเอง) |
ถ้าไม่แน่ใจ ให้พูดสุภาพไว้ก่อน ไม่มีใครถือสาที่ถูกพูดด้วย 존댓말 และเมื่อใครสักคนพร้อมจะสนิทกันมากขึ้น เขาจะบอกคุณเอง