10 ประโยคที่ได้ยินในซีรีส์เกาหลีทุกเรื่อง

ดูซีรีส์เกาหลีมากพอ คุณจะเริ่มสังเกตเห็นประโยคเดิมๆ วนมาซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งในทางเดินโรงพยาบาล บนดาดฟ้า หรือหน้าร้านสะดวกซื้อตอนตีสอง นี่เป็นข่าวดีสำหรับผู้เรียน เพราะประโยคเหล่านี้ก็เป็นประโยคที่คนพูดกันจริงในชีวิตประจำวันด้วย นี่คือสิบประโยคที่พบบ่อยที่สุด พร้อมความหมายจริงๆ และสถานการณ์ที่คุณเอาไปใช้เองได้
ประโยคส่วนใหญ่ในนี้เป็นภาษากันเอง (반말, banmal) เพราะตัวละครในซีรีส์มักเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือคู่รักกัน เราใส่รูปสุภาพไว้ให้ด้วย จะได้รู้ว่าควรใช้แบบไหน
1. 괜찮아? – เป็นอะไรไหม?
괜찮아? (Gwaenchana?) คือประโยคที่ตามมาทันทีหลังจากมีคนล้ม ร้องไห้ หรือได้รับข่าวร้าย รูปสุภาพคือ 괜찮아요? (Gwaenchanayo?) และถ้าพูดกับผู้ใหญ่ใช้ 괜찮으세요? (Gwaenchaneuseyo?) คำตอบคลาสสิกที่มักฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อคือ 응, 괜찮아 (Eung, gwaenchana) – "อืม ไม่เป็นไร"
2. 밥 먹었어? – กินข้าวหรือยัง?
밥 먹었어? (Bap meogeosseo?) แปลตรงตัวว่าถามว่ากิน 밥 (bap) หรือข้าว/มื้ออาหารแล้วหรือยัง แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีพูดว่า "สบายดีไหม" หรือ "ฉันเป็นห่วงนะ" เหมือนคำว่า "กินข้าวหรือยัง" ในภาษาไทยเลย พ่อแม่ เพื่อนเก่า หรือคนที่แอบชอบจะพูดประโยคนี้เพื่อแสดงความอบอุ่น รูปสุภาพคือ 식사하셨어요? (Siksahasyeosseoyo?) เป็นแบบให้เกียรติที่ใช้กับผู้ใหญ่หรือเพื่อนร่วมงานได้
3. 무슨 일 있어? – มีอะไรหรือเปล่า?
무슨 일 있어? (Museun il isseo?) แปลว่า "มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?" ใช้พูดเมื่อเพื่อนดูไม่สบายใจหรือเงียบผิดปกติ รูปสุภาพคือ 무슨 일 있어요? (Museun il isseoyo?) คำตอบปัดๆ ที่ได้ยินบ่อยคือ 아무것도 아니야 (Amugeotdo aniya) – "ไม่มีอะไรหรอก"
4. 잠깐만 – เดี๋ยวก่อน
잠깐만 (Jamkkanman) – "แป๊บนึง" – ใช้เรียกให้คนที่กำลังเดินจากไปหยุด หรือขอหยุดบทสนทนาไว้ก่อน เติม 요 เพื่อให้สุภาพ: 잠깐만요 (Jamkkanmanyo) ในชีวิตจริง 잠깐만요 ยังใช้พูดว่า "ขอโทษนะคะ/ครับ ขอทางหน่อย" ในรถไฟใต้ดินที่แน่นด้วย
5. 가지 마 – อย่าไป
가지 마 (Gaji ma) มาจาก 가다 (gada) – ไป – บวก -지 마 (อย่า) เป็นประโยคสำหรับฉากบอกลาที่สนามบินและฉากเดินจากไปแบบดราม่า เป็นภาษากันเองและเต็มไปด้วยอารมณ์ จะพูดกับคนที่สนิทเท่านั้น รูปสุภาพคือ 가지 마세요 (Gaji maseyo)
6. 보고 싶어 – คิดถึง
보고 싶어 (Bogo sipeo) แปลตรงตัวว่า "อยากเห็น (เธอ)" ในภาษาเกาหลี นี่คือวิธีพูดว่า "คิดถึง" รูปสุภาพคือ 보고 싶어요 (Bogo sipeoyo) โน้ตไวยากรณ์: -고 싶다 แปลว่า "อยาก" ดังนั้นคุณพูดได้ด้วยว่า 먹고 싶어 (meokgo sipeo) – อยากกิน
7. 됐어 – ช่างเถอะ
됐어 (Dwaesseo) แปลตรงตัวว่า "เสร็จแล้ว" หรือ "พอแล้ว" ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ จะเป็นการตัดบทเถียง: "ช่างมันเถอะ" หรือ "ไม่เป็นไร ลืมไปเลย" ฟังดูเย็นชาได้ จึงต้องระวัง รูปสุภาพ 됐어요 (Dwaesseoyo) ใช้บ่อยในร้านค้า หมายถึง "ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ" เวลาปฏิเสธอะไรบางอย่าง แต่น้ำเสียงก็ยังสำคัญอยู่ดี
8. 왜 이래? – เป็นอะไรของเธอเนี่ย?
왜 이래? (Wae irae?) แปลว่า "ทำไมทำตัวแบบนี้?" ใช้พูดเมื่อมีคนทำตัวแปลกๆ เข้ามาใกล้เกินไป หรือมีปฏิกิริยาเกินเหตุ พูดได้ทั้งแบบหยอกๆ และแบบรำคาญ รูปสุภาพคือ 왜 이러세요? (Wae ireoseyo?) ซึ่งอาจได้ยินเวลามีคนไปกวนคนแปลกหน้า
9. 정신 차려 – ตั้งสติหน่อย
정신 차려 (Jeongsin charyeo) แปลว่า "ตั้งสติ" หรือ "ตื่นได้แล้ว!" 정신 (jeongsin) คือจิตใจหรือสติ และ 차리다 (charida) แปลว่ารวบรวม ใช้พูดกับคนที่เป็นลม คนที่กำลังตัดสินใจผิดๆ หรือพูดกับตัวเอง: 정신 차리자! (Jeongsin charija!) – "เอาน่า ตั้งใจหน่อย!" เป็นภาษากันเองและตรงไปตรงมา จึงเก็บไว้ใช้กับเพื่อน
10. 수고했어 – เหนื่อยหน่อยนะ
수고했어 (Sugohaesseo) เป็นการชื่นชมความพยายามของใครสักคน: "ทำงานหนักมาเลยนะ" หรือ "ขอบคุณที่เหนื่อยมานะ" รุ่นพี่จะพูดกับรุ่นน้องตอนจบวันหรือจบโปรเจกต์ ในภาษาสุภาพและภาษาทางการจะเป็น 수고하셨어요 (Sugohasyeosseoyo) และ 수고하셨습니다 (Sugohasyeotseumnida) คุณจะได้ยิน 수고하세요 (Sugohaseyo) เป็นคำบอกลาพนักงานร้านด้วย มีความหมายประมาณว่า "สู้ๆ นะคะ/ครับ"
ประโยคไหนที่เอาไปใช้ได้บ้าง?
ประโยคส่วนใหญ่ใช้ในชีวิตจริงได้ ตราบใดที่เลือกระดับความสุภาพให้เหมาะกับคนที่คุยด้วย กับเพื่อนวัยเดียวกัน รูปกันเองฟังดูเป็นธรรมชาติ แต่กับคนแปลกหน้า พนักงาน และคนที่อายุมากกว่า ให้เติม 요 หรือใช้รูปยกย่อง ประโยคอย่าง 됐어 และ 왜 이래? อาจฟังดูหยาบคายถ้าใช้น้ำเสียงผิด ดังนั้นให้ฝึกฟังให้ออกก่อน แล้วค่อยใช้อย่างระมัดระวัง
ภาษาเกาหลีที่เอาไปใช้ได้
| ภาษาเกาหลี | คำอ่าน (โรมัน) | ความหมาย |
|---|---|---|
| 괜찮아요? | gwaenchanayo? | เป็นอะไรไหม? (สุภาพ) |
| 밥 먹었어요? | bap meogeosseoyo? | กินข้าวหรือยัง? (สุภาพ) |
| 무슨 일 있어요? | museun il isseoyo? | มีอะไรหรือเปล่า? (สุภาพ) |
| 잠깐만요 | jamkkanmanyo | แป๊บนึง / ขอโทษนะ (ขอทาง) |
| 보고 싶어요 | bogo sipeoyo | คิดถึง (สุภาพ) |
| 수고하셨습니다 | sugohasyeotseumnida | ขอบคุณที่ทำงานหนักนะคะ/ครับ (ทางการ) |
ครั้งหน้าที่ดูซีรีส์ ลองนับดู คุณอาจแปลกใจว่าสิบประโยคนี้โผล่มากี่ครั้งในตอนเดียว